(*หลักเกี่ยวกับ sub-communication อ่านมาจากที่ๆนึง บวกกับผสมๆกับเขียนเองนิดหน่อย ไม่ได้คิดเองครับ )
การจะอยู่ในสังคมอย่างประสบความสำเร็จ สิ่งที่สำคัญอย่างนึงก็คือต้องรู้จักที่จะ sells yourself (ถ้าใช้ภาษาไทย -- ขายตัว -- คงดูแปลกๆ :P) แสดงข้อดีหรือส่วนดีของตัวเองออกมาให้คนอื่นเห็น ไม่ว่าจะเป็นด้านการงาน หรือกับเพศตรงข้าม อย่างเวลาทำงานก็ต้องแสดงให้เจ้านายหรือลูกค้าเห็นว่าเรามีความสามารถ กับสาวๆผู้ชายก็อาจจะพยายามแสดงให้เห็นว่าตัวเองเก่ง (มีอนาคต) หรือรวย (พึ่งพาได้)
พูดง่ายๆก็คืออวดนั่นเองครับ ว่าตัวเองมีดีกว่าคนอื่น เราถึงเห็นคนขับรถหรูๆ แต่งตัวหรือใช้ของใช้แพงๆ อย่างเช่นมือถือ หรือไม่ก็พวกชอบอวดว่าตัวเองเก่งอย่างนั้นอย่างนี้ จบจากที่นั่นที่นี่ สรุปก็คือทุกคนก็อวดกันทั้งงั้นแหละ แล้วแต่เวลา สถานการณ์ และความจำเป็น
ซึ่งผมก็ว่ามันไม่ได้เป็นสิ่งที่เลวร้ายอะไร ออกจะจำเป็นในการอยู่ในสังคมด้วยซ้ำ สมมติว่าต้องไปเสนองานให้ลูกค้าแข่งกับคนอื่น ถ้าไม่รู้จักอวดก็เสร็จเหมือนกัน ปัญหาจริงๆแล้วอยู่ที่การแสดงออกมากกว่า การอวดอะไรออกมาตรงๆ ส่วนใหญ่จะทำให้คนหมั่นไส้ ดูไม่มีสไตล์ และ ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง (insecure) คนอ่านอาจจะสงสัยว่าถ้ามันตั้งใจจะอวดแล้วจะไม่มั่นใจได้ไง อันนี้ต้องรออ่านต่อไปว่าทำไม :P
สิ่งที่ผมว่าน่าสนใจคือจะทำแบบไหนให้ออกมาแล้วดูไม่น่าเกลียด เพราะถ้าจะให้โม้ตรงๆคงไม่มีใครอยากฟังหรือเห็น ตัวอย่างแย่ๆมีให้ได้เห็นได้ยินทั่วๆไป ยกตัวอย่างเช่น
1. เพื่อนของเพื่อนเป็นลูกนักการเมือง อยากจะโชว์พ่อใหญ่ ก็ถ่ายรูปตัวเองยืนอยู่หน้ารูปพ่อที่เป็นนักการเมืองที่ติดอยู่ตรงที่ผนังบ้าน (พี่ดุก ถ้าใครยังจำได้จากไดเก่า)
2. อยากจะโชว์ว่าตัวเองเรียนอยู่มหาลัยดังๆก็บอกคนอื่นว่า ผมเรียนอยู่ที่ (insert your favorite universities here) ไม่ก็เอาเสื้อมหาลัยมาใส่เดินไปเดินมา
3. อยากโชว์ความสามารถ อันนี้คุณแฟนเล่าให้ฟัง มีหนุ่มคนนึงครับ อยากจะโม้ว่าตัวเองเล่นกีต้าร์เป็น เฮียแกทำไงรู้ไหมครับ เฮียทำท่าลีดกีต้าร์ตามจังหวะเพลงที่เปิดในบาร์อย่างได้อารมณ์ ผมฟังแล้วถึงกับต้องส่ายหัว อยากรู้ว่าเป็นใครอันนี้ไปถามคุณแฟน, พิม androdisac ไม่ก็ จุ๋มได้ คนนั้นคือหนึ่งในพี่ชายช่างฝันที่แสนดีที่เคยพูดไปนานแล้ว
อะไรที่มันเด่นชัดหรือมาตรงๆไปคนเห็นคนฟังรู้สึกได้ครับว่าอวด ปฏิกริยาที่ตามมามักจะเป็นหมั่นไส้ วิธีที่ดีกว่าคือใช้วิธีที่เรียกว่า sub-communication คือสื่อถึงเรื่องที่ต้องการจะบอกโดยที่ไม่ได้เหมือนตั้งใจจะพูดถึง ซึ่งของเหล่านี้ไม่จำเป็นจะต้องเป็นการพูดจาอย่างเดียว สมมติว่าถ้ามีผู้หญิงสวยเดินมาแต่ผมทำเฉยๆไม่ได้สนใจอะไร สิ่งที่สื่อทางอ้อมคือผมเห็นหรือรู้จักคนสวยมาเยอะ แค่ความสวยแค่นี้ไม่ได้ทำให้ต้องสนใจมอง
ยกตัวอย่างอีกอันแต่ขอไม่แปลเพราะคิดว่าอ่านต้นฉบับจะเคลียร์กว่า ตัวอย่างนี้อาจจะเกินความจริงไปหน่อยแต่ที่เอามาก็เพื่อที่จะแสดงให้เห็นถึงประเด็นที่ต้องการจะพูดถึง
"My ex-girlfriend just picked me up at the airport tonight, and instead of her Audi she was driving a Maserati all of a sudden. It was too funny -- I tried to pretend that I didn't notice, and then like 100 yards outside the airport, we get pulled over. She didn't tell me until afterwards that they'd just given her the car for a photo shoot she was doing, so when the cop lights came on, I was totally wondering what was up. Finally, I whispered to her: "Karen, if in the last three days you'd become a drug baron and were on the FBI hit list, you'd tell me right?" Anyway, even when it turns out we just had a broken headlight, . . . Etc., etc.,
สิ่งที่สามารถ imply ได้ทางอ้อมคือ
1. He has an ex-girlfriend. He's not a total loser.
อันนี้ต้องขอขยายความหน่อย คนที่มีแฟนอยู่ หรือว่ามีแฟนเก่า ถ้าลองคิดดีๆเนี่ยถือว่าเป็น trait ที่ desirable นะครับ เพราะมันเป็นการสื่อว่า อย่างน้อยก็มีคนเอา แสดงว่าต้องมีอะไรดีอยู่บ้าง ในทางกลับกันถ้าเกิด ผู้ชายคนนั้นไม่เคยมีแฟนมาเลย (เอ๊ะมันเป็นเกย์รึเปล่า?) หรือ ผู้หญิงไม่เคยมีแฟนมาเลย (ทำไมถึงไม่มีใครเอา?) ก็อาจจะมีคำถามตามมาเป็นred flag
2. He is close enough to his ex-girlfriend that she would pick him up at the airport.
แสดงว่าน่าจะเลิกกันด้วยดี จากที่เห็นคงไม่มีประวัติ abuse แฟนตัวเอง
3. He has a lifestyle where he travels (he's coming from the airport).
คนที่เดินทางบ่อย ได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ต่างๆ เป็นคนน่าสนใจ (เพราะได้มีโอกาสไปเจอเรื่องราวและสถานที่น่าสนใจมากกว่าคนที่ไม่ไปไหนเลย) และมีโลกทัศน์กว้าง
4. His ex-girlfriend has an Audi. This doesn't necessarily give her a ton of value, but it gives her a little bit. Which gives you a bit of value by implication.
5. His ex-girlfriend does photo shoots. She must be attractive.
นอกจากนั้นแล้ว ผู้ชายคนนี้คงต้องมีอะไรดี ไม่งั้นทำไมผู้หญิงน่าตาดีจะมาสนใจ (ถ้ารวมข้อ 2เข้าไปด้วย ก็จะทำให้ชัดขึ้น)
6. His ex-girlfriend does the kind of photo shoots where they'd give her a Maserati for the day as part of it. She must be very attractive.
สมมติว่าถ้าผู้ชายคนนี้ไม่รวย ไม่หล่อ เลยแต่เคยควงสาวสวยขนาดนั้น แสดงว่าต้องมีอะไรดีอย่างอื่น อย่างเช่น อาจจะคารมดี ไม่ก็..เอ่อ..เรื่องบนเตียงเก่ง อะไรก็ว่าไป
แค่เล่าเรื่องสั้นๆแต่ implication ที่แสดงออกมาเยอะมากเลยครับ ซึ่งของพวกนี้ผู้หญิงจะค่อนข้างpick upไวพอสมควร (ผู้ชายอาจจะไม่ทันคิดว่าผู้หญิงที่ตัวเองคุยด้วย sub-communicateอะไรออกมาเพราะมัวแต่จ้องหน้าอกอยู่ lol)
อย่างงี้แหละที่เรียกว่า sub-communicate หลักๆสำคัญคือต้องใช้ subtlety ครับ และสอดไส้สิ่งที่ต้องการจะสื่อในเรื่องอื่นที่คุยกัน โดยการจะเข้าใจถึงสิ่งที่สื่อนั้นต้องใช้สมองประมวลผลอยู่บ้าง ซึ่งถ้าคนที่ทำเก่งๆจะดูลื่นๆไม่เป็นที่ขัดตาหรือน่าหมั่นไส้เวลาพูดคุยด้วย
ซึ่งเวลาที่เราได้ยินคนพูดๆกันว่า ผู้ชาย หรือ ผู้หญิง คนนี้น่าสนใจ แต่บอกไม่ค่อยถูกว่ามันตรงไหน ผมว่าก็เพราะว่าคนๆนั้น sub-communicate เก่ง และคนที่เป็นผู้ฟังนั้นประมวลผลข้อมูลเหล่านั้นทางจิตใต้สำนึก คือรู้ลึกๆในใจว่าสิ่งที่อีกฝ่ายsub-communicateคืออะไร แต่ชี้ออกมาเป็นข้อๆไม่ได้ แต่โดยรวมแล้วรู้สึกดีประมาณนั้น
กลับมาที่ตัวอย่างโง่ๆสามข้อในตอนต้นถ้าจะแก้ให้เป็นเรื่องเป็นราวให้ออกมาในแนวของ sub-communication (ยกตัวอย่างให้เห็นเฉยๆนะครับไม่ได้หมายความว่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด..แต่อย่างน้อยคงดีกว่าพูดอวดออกมาแน่ๆ)
1. ถ้าจะอวดว่าพ่อใหญ่เป็นนักการเมือง (จริงๆไม่เห็นจำเป็นต้องพูดเลยครับ ถ้าอีกฝ่ายรู้นามสกุลก็น่าจะรู้แล้วว่าเป็นมีอะไรเกี่ยวข้องกับนักการเมือง ถ้าอีกฝ่ายไม่รู้แสดงว่าพ่อตัวเองคงไม่ดังพอก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอวดให้เสียเวลาอยู่ดี) กับคนที่เพิ่งรู้จักแลกนามบัตรกันให้อีกฝ่ายเห็นนามสกุลก็ได้ หรือไม่ก็เอาเรื่องของ สส คนอื่นมานินทาให้ฟังเล่นๆ ซึ่งเป็นการimplyว่าอยู่วงในไม่งั้นจะเอาเรื่องนั้นเรื่องโน้นมาพูดได้ยังไง
2. อันนี้ไม่ยาก เพราะส่วนใหญ่คำถามว่าเรียนที่ไหนทำงานที่ไหนมันค่อนข้าง mundane คนถามกันอยู่แล้ว แทนที่จะโม้ว่าอยู่นั่นอยู่นี่ ก็สู้บอกไปว่าอย่ารู้เลยไม่ดังหรอก จะยิ่งทำให้อีกฝ่ายสนใจอยากจะรู้มากกว่า เพราะดูลึกลับดี หรือไม่ก็ส่งemailให้อีกฝ่ายจากaccountของมหาลัยตัวเอง แล้วทำเฉยๆไม่เหมือนไม่ได้เกิดอะไรขึ้น
3. แทนที่จะมานั่งลีดกีต้าร์ในจินตนาการให้น่าขนลุก ก็อาจจะพูดออกมาในแนวๆว่า มือกีต้าร์ที่นี่เก่งดีนะครับ เพราะปกติตรงท่อนนี้จะเล่นยากตรงคอร์ดx,y,z etc.. อย่างแรกแสดงให้เห็นว่ารู้จักชมคนอื่น ไม่ยกตกข่มท่าน อย่างที่สองบอกว่าเล่นกีต้าร์เป็น และคงเคยเล่นเพลงนั้นมาแล้ว
คนเรา sub-communicate ตลอดอยู่แล้วไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามที ผมว่าการหัดมองให้ออกว่า sub-communication มีอะไรบ้างในบทสนทนาเนี่ยค่อนข้างมีประโยชน์เลยล่ะครับ เพราะจะทำให้เรานอกจากมองออกแล้วยังสามารถเรียบเรียงออกมาเป็นคำพูดได้ว่าใครเป็นยังไง.ซึ่งประโยชน์ก็มีตั้งแต่เอาไว้ จีบสาว จีบหนุ่ม โอ้อวดแบบมีศิลป์ เจรจาต่อรองblah blah blah
สำหรับในกรณีผู้ชาย trait ที่ควรจะ sub-communicate ออกมาคร่าวๆก็คือ
- Pre-selection (other attractive women want you)
- Wealth
- Power
- Social status (especially being the leader of men)
- Some unpredictability
- In control, not controlling
- Intrigue/curiosity/unanswered questions about you
- Being the protector of your loved ones
(พอเขียนlistที่ได้มาจบ ก็หันมามองตัวเอง แล้วก็ต้องหัวเราะออกมา lol)
ส่วนที่บอกในตอนต้นว่าทำไมคนที่ชอบอวดตรงๆถึงดูไม่ค่อยมีความมั่นใจ เหตุผลก็เพราะว่า.. ยกตัวอย่างดีกว่า สมมติพวกที่ชอบอวดอะไรอย่างออกหน้าออกตา เช่นรถ มือถือ มันเป็นการ sub-communicateทางอ้อมว่า คนๆนั้นไม่มีอย่างอื่นที่ดีกว่านี้ที่จะอวดแล้ว (เลยต้องเอาของอย่างงี้มาอวด เพราะตามธรรมดาคนเราก็ต้องเลือกสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดมาอวดใช่ไหมครับ) เราเลยเห็นว่าคนส่วนใหญ่ที่รวยจริงๆหลายๆคนยังใช้nokiaรุ่น3310อยู่ มันsub-communicateว่าคนนั้นcomfortableกับเรื่องความรวย ไม่มีความรู้สึกว่าจะต้องเอาไปอวดทำไม
:นอกเรื่อง:
พอดีได้ตำราทำซุบมาเล่มนึง อยากจะลองทำซุบหอยแมงภู่แบบอิตาลีมานานแล้ว วันนี้เลยได้ฤกษ์ทำ Mussels in saffrons broth. ส่วนผสมก็มีหอยแมงภู่, หอม, กระเทียม,Italian parsley, ไวน์ขาว, thyme แล้วก็ saffron (เป็นเครื่องเทศที่ราคาแพงที่สุด เพิ่งจะเคยลองใช้ก็ครั้งนี้เนี่ยแหละ) ทำออกมาได้หน้าตาประมาณนี้
อร่อยดีครับ กินไปกินมาถึงตัวสุดท้ายก็ชะงักเพราะเห็น น้องมิว แล้วนึกถึงอะไรบางอย่าง ก็เลยหยิบกล้องมาถ่ายไปหัวเราะคิกคักๆไป

ใครจะหาว่า perv ก็ตามทีแต่ผมว่าดูแล้วคล้ายอะไรซักอย่างฮ่ะๆ หลังจากถ่ายเสร็จน้องมิวก็โดนกินไปเรียบร้อย lol
ว่าแต่ที่เขียนมาเนี่ยคิดว่าผมsub-communicateอะไรหรอครับ :P
edit @ 2005/09/27 11:48:12